Get Adobe Flash player

เข้าสู่ระบบ

เจ้าอาวาส

พระครูยุตติคุณากร

เจ้าอาวาสวัดแก้วพิจิตร

จำนวนผู้เข้าชม

139268
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1108
1158
3407
128595
10673
76311
139268

Your IP: 3.234.214.179
2019-12-10 22:34

ปฏิทิน

December 2019
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31

ประวัติวัดแก้วพิจิตร

 

 

 

          วัดแก้วพิจิตร เป็นพระอารามหลวง ฝ่ายธรรมยุต ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำบางประกง เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ถนนแก้วพิจิตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี นางประมูล โภคา (แก้ว ประสังสิต) ได้เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2422 บนที่ดินของนางประมูล โภคา ส่วนหนึ่ง และของนางขจัดโจรกรรม ซึ่งเป็นหลานของ นางประมูล โภคา ส่วนหนึ่ง สิ่งก่อสร้างทั้งหมด นางประมูล โภคา เป็นผู้จัดหา พระครูสิริปัญญามุนี (อ่อน ตงตื้ด) เป็นผู้อำนวยการสร้างใช้แรงงานกรรมกรของนางประมูล โภคา ก่อสร้างเริ่มแรก มีกุฎิ 3 หลัง ต่อมามีผู้มีจิตศรัทธาสร้างอาคารที่จำเป็นเพิ่มเติม เป็นระยะๆ เช่น ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ศาลาท่าน้ำ โรงเรียน เมรุเผาศพ และพระอุโบสถ ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ 16 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวา

          เมื่อเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) ได้อพยพครอบครับจากเมืองพระตะบองมาตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดปราจีนบุรี ท่านและลูกหลานในสกุลอภัยวงศ์ได้มีส่วนปรับปรุงและสร้างอาคารเพิ่มเติมตั้งแต่ พ.ศ.2451 เป็นต้นมา

 

ลำดับการก่อสร้าง ปรับปรุง และบูรณะวัดแก้วพิจิตร ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึง ปัจจุบันมีดังต่อไปนี้

  1. พ.ศ.2422 นางประมูล โภคา (แก้ว ประสังสิต) เป็นผู้สร้าง
  2. พ.ศ.2426 นางบริบูรณ์พัฒนา (นิเทศ ประสังสิต) จัดพิธีผูกพัทธสมีมา
  3. พ.ศ.2451 ขุนชำนาญพลขันธ์ บุตรชายนางประมูล โภคา สร้างศาลาท่าน้ำ 1 หลังและเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างเมรุเผาศพ และศาลาธรรมสังเวชอย่างละ 1 หลัง ตรงสถานที่สร้างมณฑปปัจจุบัน
  4. พ.ศ.2455 นางบำรุง รัฐนิกร (เมือง อเนกบุณย์) สร้างศาลาท่าน้ำ 1 หลัง
  5. พ.ศ.2457 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างโรงเรียนบาลีธรรมวินัยและหนังสือไทยเป็นตึก 1 หลัง ได้รับพระราชทานนามว่า โรงเรียนอภัยพิทยาคาร สร้างบ้านพักครู 5 ห้อง 1 หลัง กุฎิพระภิกษุ 10 ห้อง 1 หลัง
  6. พ.ศ.2461 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างพระอุโบสถดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เป็นศิลปะที่สวยงามกลมกลืนระหว่างศิลปะ 4 ชาติ คือ เขมน จีน ไทย และฝรั่ง มีแห่งเดียวในประเทศไทย
  7. พ.ศ.2462 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างพระประธาน โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพประทานพระนามปางของท่านว่า “ปางอภัยทาน”
  8. พ.ศ.2464 ทำพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถที่สร้างใหม่และในปีนี้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างหอไตรเป็นตึกก่ออิฐถือปูน 1 หลัง หลวงอินทรอาญา (หมึก นิสภา) ถวายเรือนมาปลูกเป็นกถฎิ 1 หลัง
  9. พ.ศ.2465 นางถวิล (อภัยวงศ์) อภัยภูมิน่ารถ สร้างศาลาท่าน้ำ 1 หลัง และสะพานพร้อมด้วยถนนคอนกรีตเชื่อมติดต่อถึงประตูกำแพงพระอุโบสถ
  10. พ.ศ.2479 นางชม ยูปานนท์ ยกเรือนมาปลูกเป็นกุถฎิ 1 หลัง วัดได้เงินจากผู้มีจิตศรัทธาปลูกกุฎิเพิ่มอีก 6 หลัง
  11. พ.ศ.2481 นางถวิล (อภัยวงศ์) อภัยภูมินารถ สร้างส้วมสำหรับอุบาสกอุบาสิกา 1 หลัง ทางทิศเหนือของโรงเรียนอภัยพิทยาคาร
  12. พ.ศ.2495 นางเปลี่ยน โชติหิรัญ กับนางแม้น ยูปานนท์ สร้างศาลาการเปรียญเป็นไม้ 1 หลัง ได้รื้อออกแล้ว สร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้นขึ้นแทนเมื่อ พ.ศ. 2539
  13. พ.ศ.2498 นางปลั่ง จันทรานุวัตร สร้างศาลาท่าน้ำ 1 หลัง
  14. พ.ศ.2507 สร้างหอประชุมหนังสือไทย 1 หลัง (ปัจจุบันใช้เป็นหอสมุดแห่งวัดแก้วพิจิตร) โดยเงินพระราชทานเฝ้าพระกฐินต้นจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมราถบพิตร รัชกาลที่ 9
  15. พ.ศ.2514 นางถวิล (อภัยวงศ์) อภัยภูมินารถ พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธา สร้างหอประชุมสงฆ์ 1 หลัง
  16. พ.ศ.2516 นายสงัด สุขทิศ ก่อสร้างกำแพงวัดล้อมรอบจดแม่น้ำบางประกง (ปัจจุบันถูกเสริมให้สูงขึ้นด้วยกำแพงล้อเกวียนเมื่อ พ.ศ. 2539)
  17. พ.ศ.2517 นายไพโรจน์ สุวรรณากร อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ทำประตูหน้าต่างเป็นเหล็กคร่อมไม้ 14 ช่อง
  18. พ.ศ.2522 บูรณปฏิสังขรณ์ช่อฟ้าพระอุโบสถที่เสียหายเนื่องจากถูกอสนีบาตร
  19. พ.ศ.2523 ย้ายโรงเรียนหนังสือไทย (โรงเรียนเทศบาล 3 ) จากอาคารโรงเรียนอภัยพิทยาคาร อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งวัดแก้วพิจิตรปัจจุบัน ไปอยู่ที่อาคารโรงเรียนสร้างใหม่นอกกำแพงวัดด้านทิศเหนือ เป็นที่ดินของ นางถวิล (อภัยวงศ์) อภัยภูมินารถ ถวายให้วัด เนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 32 ตารางวา
  20. พ.ศ.2523 นางพัน สร้อยทอง สร้างกุฎิชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน 1 หลัง
  21. พ.ศ.2526 คุณหญิงกอบกุล สถิตยุทธการ สร้างกุฎิก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น (ข้างหอไตร 1 หลัง)
  22. พ.ศ.2527 พระครูยุตติคุณากร (สายหยุด สับผาง) สร้างกุฎิก่ออิฐถือปูนข้างกำแพงด้านถนน 3 หลัง
  23. พ.ศ.2530 นายสมศักดิ์ สุขทิศ ออกแบบก่อสร้าง หาช่างควบคุมการก่อสร้างฌาปนสถาน (เมรุเผาศพ) บริเวณนอกกำแพงวัดด้านทิศเหนือ
  24. พ.ศ.2534 พระครูยุตติคุณากร เจ้าอาวาสองค์ที่ 12 ปรับปรุงบริเวณวัด ถมดินที่เป็นบ่อเป็นสระให้เสมอทั่วทั้งบริเวณ สร้างมณฑปเพื่อประดิษฐ์พระพุทธบาทจำลอง
  25. พ.ศ.2535 นางบรรจง กันตวิรุฒ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี จัดสรรเงินงบประมาณจังหวัด บูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถ หอไตร อาคารโรงเรียนอภัยพิทยาคาร (ปัจจุบันใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งวัดแก้วพิจิตร) และสร้างเขื่อนถนนคันดิน ด้านริมแม่น้ำบางประกง
  26. พ.ศ.2538 กรมโยธาธิการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางประกงเลียบเขตวัดด้านทิศตะวันออก
  27. พ.ศ.2538 นางบุญนำ นายสมศักดิ์ สุขทิศ สร้างแพที่ท่าน้ำ สร้างศาลา พักร้อนศาลาสุขทิศ ริมกำแพงรั้ววัดด้านถนน และพระครูยุตติคุณากร สร้างโรงครัวและเรือนเก็บพัสดุ
  28. พ.ศ.2539 พระครูยุตติคุณากร เจ้าอาวาส เชิญชวนญาติมิตร ประชาชน ร่วมกันสร้างศาลาการเปรียญโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (บนสถานที่เดิม)
  29. พ.ศ.2546 พระครูยุตติคุณากร เจ้าอาวาส พร้อมผู้ศรัทธาร่วมกัน สร้างกุฎิพระเถระผู้ใหญ่
  30. พ.ศ.2557 คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์และญาติสกุลอภัยวงศ์ ร่วมกันก่อสร้างศาลาอนุสรณ์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

          พระอุโบสถที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างขึ้นมน พ.ศ.2461 เป็นอาคารที่งดงามล้ำค่าหลังหนึ่ง สร้างขึ้นทดแทนหลังเก่าที่ชำรุดผุพัง โดยสร้างทับพื้นที่เดิมเป็นพระอุโบสถหลังใหม่ ด้วยการก่ออิฐถือปูนในปัจจุบันมรดกล้ำค่าหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของศิลปากร และขึ้นทะเบียนหนึ่งในเมืองไทย

 

 

 

          เนื่องจากมรสถาปัตยกรรมที่แปลกตาเพราะสามารถรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมมาผสมผสานไว้ถึง 4 ชาติ คือ เขมน จีน ไทยและฝรั่งในพระอุโบสถหลังเดียว เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) ได้สร้างปริศนาธรรมสอดแทรกไว้ตามที่ต่างๆ เช่น สร้างนาฬิกาที่ไม่ยอมเที่ยงไว้ที่ซุ้มประตูเรือนแว สร้างปริศนาธรรมทางด้านปกครอง เช่น วาดรูปสิงโตตัวผู้เพียงตัวเดียวไว้ที่บางหน้าต่างของพระอุโบสถ หน้าต่างทุกบานที่เหลือเป็นรูปสิงโตตัวโตตัวเมีย

          พระประธานปรำจำพระอุโบสถที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) สร้างขึ้นใน พ.ศ.2462 นั้น มีพุทธลักษณะผิดไปจากพุทธบัญญัติการสร้างพระที่มีทั้งหมด 90 ปาง และพระประธานปางนี้ มีอยู่องค์เดียวในโลก ท่านสร้างขึ้นด้วยการบวงสรวงขอพร 3 ข้อ ซึ่งพรดังกล่าวเป็นนิมิตดังนี้

          ข้อที่ 1 ถ้าเป็นผู้ที่ใจร้อน เมื่อได้นมัสการแล้วใจจะเย็นลง สงบขึ้น

          ข้อที่ 2 ถ้าเป็นผู้ที่คำพูดไม่มีความหมาย ไม่ประทับใจ ขวางหูผู้ฟัง เมื่อได้นมัสการแล้วคำพูดของผู้นั้นจะประทับใจตรึงในผู้ฟังและผู้ร่วมสนทนา

          ข้อที่ 3 ถ้าล่วงเกินใครไป จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้นมัสการแล้วจะได้รับการอภัยเสมอ ไม่มีศัตรู

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนำพรทั้ง 3 ข้อ ที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) บวงสรวงขอมานี้ มาออกแบบแล้วประทานพระนามปางของท่านว่า “ปางอภัยทาน” โดยพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) เป็นผู้สร้าง


 

      พระพุทธรูปที่สำคัญอีกองค์หนึ่งซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดแก้วพิจิตร คือ “พระรัตนสุวรรณ” พระรัตนสุวรรณเป็ยพระทองคำทางเครื่องประดับอัญมณีปางมารวิชัย หน้าตักกว้างประมาณ 4 นิ้ว พร้อมฐานเงินลงยาสีเขียว กว้างประมาณ 7 นิ้ว สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระพุทธรูปองค์นี้เล่ากันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้หลวงอภัยพิทักษ์บุตรชายคนโตของพระยาอภัยภูเบศร (นอง) ซึ่งเป็นหลานปู่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (แบน) เมื่อแรกไปรับราชการที่เมืองพระตะบอง เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม) ได้ถวายพระรัตนสุวรรณ ที่ท่านนำกลับมาจากเมืองพระตะบอง ซึ่งถือว่าเป็นพระประจำตระกูลอภัยวงศ์ ให้เป็นพระประจำวัดแก้วพิจิตร เพื่อให้ประชาชนสมัยนั้นได้สักการะต่อไป แต่ด้วยเวลานั้น จังหวัดปราจีนบุรียังกันดาร ขโมยชุกชุม เจ้าอาวาสสมัยนั้น จึงนำพระรัตนสุวรรณไปเก็บซุกซ่อนไว้ จนถึง พ.ศ.2530 ท่านได้มรณภาพ คณะกรรมการวัดและเข้าอาวาสองค์ต่อมาจึงเห็นชอบให้นำพระรัตนสุวรรณไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยของธนาคารตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนกระทั่ง พ.ศ.2546 วัดแก้วพิจิตรได้จัดงานสมโภชฉลองครบรอบ 125 ปี ของการสร้างวัด จึงได้อัญเชิญพระรัตนสุวรรณมาประดิษฐานไว้ที่วัดเป็นการถาวร ให้ประชาชนได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ตามเจตนารมณ์ของผู้ถวายสืบไปร

 

 

 

 

 

จากหนังสือที่ระลึกพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธีญบุรี

ประจำปีพุทธศักราช 2561 

ที่อยู่: แก้วพิจิตร ตำบล หน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี 25000 โทรศัพท์: 037 212 759